Friday, October 10, 2014

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการของนายอดุลย์ ดือเระ ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านต้นแซะ

ชื่องานวิจัย ผลการใช้หนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้านคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ

ปีที่วิจัย 2557

บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้านคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ โดยใช้หนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ และ (3) เพื่อหาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้หนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) หนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรม (2) แผนการจัดการเรียนรู้ (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ โดยมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.95 และ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจ โดยมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และหาค่าร้อยละ (Percentage) ผลการวิจัย พบว่า

1. ประสิทธิภาพของหนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ เท่ากับ 87.63/84.93

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้านคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้หนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะ โดยมีร้อยละของคะแนนที่เพิ่มขึ้น เท่ากับ 77.93

3. ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้หนังสือนิทานปลูกฝังคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านต้นแซะโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ของ นางดวงตา เสาวโรนุพันธุ์ ›

พฤหัสบดี, 2 ตุลาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คำสำคัญ: , สพฐ., แพร่, ปัตตานี, ประถมศึกษา, ประสิทธิภาพ, เศรษฐกิจพอเพียง

Thursday, October 9, 2014

ช่างซ่อมเครื่องบินใครว่ามีแต่ผู้ชายเป็นผู้หญิงก็เรียนได้

ช่างซ่อมเครื่องบินใครว่ามีแต่ผู้ชาย เป็นผู้หญิงก็เรียนได้ไม่แตกต่าง : ถนัดกิจ จันกิเสนรายงาน

สร้างสรรค์สามัคคีกีฬาสี"ไคโร"

เปิดโลกมุสลิมตอน: สร้างสรรค์สามัคคีกีฬาสี"ไคโร"

Wednesday, October 8, 2014

ภาคทัณฑ์!รุ่นพี่รับน้องโหด

อธิการบดีขอโทษสังคม-พ่อแม่ผู้ปกครอง สั่งสอบ นศ.รุ่นพี่ใช้น้ำตาเทียนหยดแขนน้องให้แล้วเสร็จใน 5 วัน คาดโทษภาคทัณฑ์ ชี้ไม่มีเจตนาทำร้าย ทุกคนรับผิด วอนให้โอกาส

สพป.สิงห์บุรี จัดงาน เทิด ศรัทธา กษีณา ๕๗

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี จัดงาน เทิด ศรัทธา กษีณา ๕๗ ณ โรงแรมโกลเด้นดราก้อน อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด เกษียณอายุราชการ จำนวน ๑๐๔ ราย จำแนกเป็น ผู้บริหารการศึกษา จำนวน ๑ ราย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๑๓ ราย รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน ๑ ราย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน ๘๓ ราย ลูกจ้างประจำ จำนวน ๖ ราย เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิตและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณอายุราชการ โดยมีกิจกรรม พิธีสงฆ์ การมอบเกียรติคุณบัตรและของที่ระลึกแก่ผู้เกษียณอายุราชการและ การแสดงความรู้สึกของผู้แทนผู้เกษียณอายุราชการ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน โดยมี นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธาน

02 ตุลาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คำสำคัญ: , สพป., สพฐ., ความรู้, สิงห์บุรี, ประถมศึกษา

Tuesday, October 7, 2014

จุฬาฯเผยโฉม

7 ต.ค.57 ศาสตราจารย์ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จุฬาฯ) และ ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ ปัญหา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว “เลื้อยสนั่นโลก!!! ที่สุดของการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก” ที่ห้องประชุมดีภัก ซี เจน อาคารศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา รองคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเปิดตัวไส้เดือนสายพันธุ์ของไทยกว่า 50 สายพันธุ์ และไส้เดือนชนิดใหม่ 20 สายพันธุ์ ที่พบในระบบนิเวศที่หลากหลายของไทย การค้นพบนี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนของจุฬาฯ และสกว. เพื่อพัฒนางานวิจัยด้านอนุกรมวิธานและซิสเทมาติกส์ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดิน ได้แก่ หอยทาก กิ้งกือ ตะขาบ และไส้เดือนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตะขาบม่วงสิมิลัน ตะขาบชนิดใหม่ของโลก ซึ่งตะขาบเป็นสัตว์ผู้ล่าในระบบนิเวศป่าไม้โดยมีเขี้ยวพิษและน้ำพิษที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในการล่าเหยื่อ ด้วยบทบาทดังกล่าวในระบบนิเวศ ทำให้ตะขาบถูกจัดเป็นตัวควบคุมประชากรของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และสามารถใช้ชี้วัดสมดุลในระบบนิเวศตามธรรมชาติได้

“อาจกล่าวได้ว่าตะขาบเป็น “ฟอสซิลที่ยังมีชีวิต” ทำให้สามารถใช้เป็นสิ่งมีชีวิตต้นแบบที่สำคัญเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว” ดร.สมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ และคณะนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาวิจัยสายพันธุ์ของตะขาบที่มีอยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาว พม่า และมาเลเซีย ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2554 และได้ค้นพบตะขาบชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย จากหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี โดยตะขาบชนิดใหม่ของโลกนี้ได้รับพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์จากพระองค์ท่านว่า Sterropristes violaceus Muadsub and Panha, 2012 โดยคำว่า “violaceus” ในชื่อวิทยาศาสตร์หมายถึงสีม่วงของลำตัวตะขาบซึ่งตรงกับสีวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน

โดยการค้นพบครั้งนี้ได้รับตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ตะขาบม่วงสิมิลันนี้พบอาศัยอยู่บนหมู่เกาะในทะเลอันดามันเท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับหลักฐานทางธรณีวิทยาเกี่ยวกับการกำเนิดของเกาะ ที่ถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่เมื่อน้ำทะเลขึ้นสูงเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดลักษณะและสภาพแวดล้อมที่จำเพาะต่อตะขาบชนิดนี้ และจากการค้นพบในครั้งนี้ทำให้ “ตะขาบม่วงสิมิลัน” กลายเป็นทรัพยากรทางพันธุกรรมที่สำคัญและมีมูลค่าของชาติ

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ยังได้นำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับไส้เดือนสายพันธุ์ไทยที่มีการเก็บตัวอย่างและศึกษาไส้เดือนทั่วประเทศไทยพบว่าจนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีการค้นพบ และยืนยันแล้วกว่า 50 สายพันธุ์ และคาดว่าน่าจะมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ไส้เดือนชนิดที่โดดเด่นได้แก่ ไส้เดือนยักษ์แม่น้ำโขง Amynthas maekongianus พบที่ริมชายหาดแม่น้ำโขงหลายพื้นที่สองฝั่งโขงของไทยและลาว มีบทบาททำให้ดินบริเวณแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร ไส้เดือนขี้ตาแร่ Metaphire peguana พบทั่วไปในแทบทุกพื้นที่ในประเทศไทย ขี้คู้ Metaphire posthuma ไส้เดือนแดง Perionyx excavatus ไส้เดือนคันนาสกุล Drawida ที่พบในระบบนิเวศป่าแบบต่างๆ รวมถึงระบบนิเวศทางการเกษตร เกษตรกรนำไส้เดือนบางสายพันธุ์มาทำฟาร์มเพาะเลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

“ทั้งนี้จากการศึกษาวิจัยของตนและทีมวิจัยพบว่าไส้เดือนแต่ละสายพันธุ์มีความจำเพาะต่ออาหาร ดินและถิ่นอาศัยที่แตกต่างกัน บางชนิดพบเฉพาะป่าดิบชื้น เขาหินปูน ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ หรือแม้แต่ในนาข้าว บางชนิดดำรงชีวิตได้ดีในดินทราย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว และบางชนิดสามารถย่อยใบไม้แห้งได้ดี บางชนิดชอบย่อยซากพืชผักผลไม้ที่เน่าเปื่อย หรือบางชนิดชอบย่อยมูลสัตว์ เป็นต้น ไส้เดือนจึงเหมาะที่จะใช้เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม ลดความเป็นพิษของสารตกค้างได้ ปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์กำจัดสารเคมีปนเปื้อนในดิน ความสัมพันธ์เชิงนิเวศระหว่างไส้เดือนกับอาหาร ดิน และบทบาทในเชิงโลจิสติกส์ สามารถนำมาประยุกต์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยั่งยืน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และในวิถีเกษตรอินทรีย์ของไทยที่กลายเป็นความต้องการของคนทั้งโลกไปแล้ว”

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คำสำคัญ: , คมชัดลึก

Monday, October 6, 2014

คลี่๒๒นโยบายศธ.ปฏิรูปการศึกษาเห็นผลใน๑ปี

คลี่22นโยบายศธ. ปฏิรูปการศึกษาเห็นผลใน1ปี : สุพินดา ณ มหาไชยรายงาน