Thursday, April 7, 2016

วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์”

ในวันที่ 6 เม.ย. 59 เวลา 08.30 น. ข้าราชการ กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 เข้าร่วมวางพานพุ่ม เนื่องในพิธี "วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์" ณ บริเวณ กองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

จังหวัดนครปฐมประกอบรัฐพิธีเนื่องในวันสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประจำปี 2559

วันที่ 6 เมษายน 2559 ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะ พร้อมกล่าวถวายอาศิรวาทราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประจำปี 2559โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนชาวจังหวัดนครปฐม ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก --//ขอขอบคุณภาพบางภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม--//

07 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คำสำคัญ: , สพฐ., นครปฐม, ประถมศึกษา

Wednesday, April 6, 2016

Tuesday, April 5, 2016

สพป.ปข. ๒ เปิดการฝึกอบรมโครงการ “ว่ายน้ำเพื่อชีวิต” (LIFE SAVING) ปีการศึกษา ๒๕๕๘

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 เวลา 09.00 น. นายสุนาจ แก้วสุข ผอ.สพป.ปข. 2 เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการ "ว่ายน้ำเพื่อชีวิต" (LIFE SAVING) ปีการศึกษา 2558 เพื่อสอนและฝึกหัดให้เด็กนักเรียนและเยาวชนในโรงเรียน และในชุมชนสามารถว่ายน้ำเป็น และเพื่อให้นักเรียนรู้และเข้าใจ วิธีการช่วยผู้ประสบเหตุทางน้ำได้อย่างถูกต้องตามวิธีมาตรฐานสากล เนื่องจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทั่วโลกเสียชีวิตปีละ 135,585 คน เฉลี่ยวันละ 372 คน ส่วนสถิติในประเทศไทย เด็กในอายุดังกล่าวจะเสียชีวิตปีละ 1,400 คน หมายถึงวันละ 4 คน ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่สูงมาก สำหรับช่วงเวลาที่เด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำมากที่สุด จะเป็นเดือนเมษายน โดยสถิติสูงสุดถึง 182 คน รองลงมาจะเป็นเดือนมีนาคม 148 คน และพฤษภาคม 141 คน เด็กที่มีกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด อยู่ระหว่างอายุ 1 – 9 ปี จากมูลเหตุดังกล่าวเพื่อลดอัตราการตายจากการจมน้ำของเด็ก จึงจำเป็นต้องฝึกหัดให้เด็กในกลุ่มเสี่ยงได้ฝึกหัดว่ายน้ำ หรือ "ว่ายน้ำเป็น" และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีช่วยชีวิตคนจากการจมน้ำแบบวิธีช่วยเหลือมาตรฐานสากลโดยใช้อุปกรณ์ใกล้มือ โดยจัดให้มีการฝึกให้กับนักเรียนใน 4 อำเภอ ในครั้งนี้เป็นการฝึกนักเรียนในเขตอำเภอกุยบุรี จำนวน 50 คน ในระหว่างวันที่ 2 – 11 เมษายน 2559 ณ วาฎิกา แอดเวนเจอร์ รีทรีทติค รีสอร์ท อำเภอกุยบุรี

05 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คำสำคัญ: , สพฐ., สพป.

การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลัก ของคนไทย ๑๒ ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอัง

ชื่อผู้รายงาน นางอารอบ แสงหิรัญ

สถานศึกษา โรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข

สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างเอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) และ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

ปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของ

คนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 จำนวน 34 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการศึกษาพบว่า

1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ 87.02/81.98

2. คะแนนเฉลี่ยวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) มีความคิดเห็นต่อการเรียนโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ถวายพระพร ›

อังคาร, 5 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คำสำคัญ: , สพฐ., เรียนภาษา, ภาษาอังกฤษ, มัธยมศึกษา, ประสิทธิภาพ

Monday, April 4, 2016

เปิดชื่อ๒๑๐ร.ร.มีที่นั่งเหลือรับม.๑เพิ่ม

สพฐ.เปิดรายชื่อ 210 โรงเรียน มีที่นั่งเหลือรับเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1

Sunday, April 3, 2016

ร่างรธน.ใหม่ตัดสิทธิเรียนฟรีม.ปลายหวั่นเด็กออกจากระบบพุ่ง!

"ร่างรธน.ใหม่"ตัดสิทธิเรียนฟรีม.ปลายหวั่นเด็กออกจากระบบพุ่ง! : กมลทิพย์ ใบเงินรายงาน

Saturday, April 2, 2016

เผยแพร่ผลงานรายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งโจ้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1

ผู้รายงาน นางทานตะวัน อินต๊ะขัน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการ

โรงเรียนวัดทุ่งโจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

ปีการศึกษา 2557 บทคัดย่อ การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ การบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบวกและการลบ กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งโจ้ ปีการศึกษา 2557 ให้มีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 12 คน โรงเรียนโรงเรียนวัดทุ่งโจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการบวก และการลบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาประสิทธิภาพ การหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test

ผลการศึกษาพบว่า แบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นทั้ง 8 ชุด มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.36/88.65 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งโจ้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการบวกและการลบ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งโจ้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 เปรียบเทียบกับเกณฑ์เป้าหมายของโรงเรียน ปีการศึกษา 2554 - 2557 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งโจ้ ปีการศึกษา 2557 เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 89.72 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เทคนิคการสร้างอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์ สู่ความเป็นเลิศ ›

พฤหัสบดี, 31 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คำสำคัญ: , สพฐ., แพร่, ลำปาง, คณิตศาสตร์, เสริมทักษะ, ประถมศึกษา, ประสิทธิภาพ, วิทยาศาสตร์